Get Adobe Flash player
webnetwork

บทความ/สาระน่ารู้

วันวิสาขบูชา

1112.bmp

วันวิสาขบูชา
ความหมายของ วันวิสาขบูชา

     คำว่าวิสาขบูชาย่อมาจากคำว่า"วิสาขปุรณมีบูชา"แปลว่า"การบูชาในวันเพ็ญ เดือนวิสาขะดังนั้นวิสาขบูชาจึงหมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน6การกำหนดวัน วิสาขบูชาวันวิสาขบูชาตรงกับวันขึ้น15ค่ำเดือน 6 ตามปฏิทินจันทรคติของไทยซึ่งมักจะตรงกับเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนแต่ถ้าปีใด มีอธิกมาสคือมีเดือน8สองหนก็เลื่อนไปเป็นวันขึ้น15ค่ำกลางเดือน 7 หรือราวเดือนมิถุนายนอย่างไรก็ตามในบางปีของบางประเทศอาจกำหนดวันวิสาขบูชา ไม่ตรงกับของไทยเนื่องด้วยประเทศเหล่านั้นอยู่ในตำแหน่งที่ต่างไปจากประเทศ ไทยทำให้วันเวลาคลาดเคลื่อนไปตามเวลาของประเทศนั้นๆประวัติวันวิสาขบูชา และความสำคัญของ วันวิสาขบูชา
     วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่เกิด 3 เหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวียนมาบรรจบกันในวันเพ็ญเดือน 6 แม้จะมีช่วงระยะเวลาห่าง
กันนับเวลาหลายสิบปี ซึ่งเหตุการณ์อัศจรรย์ 3 ประการ ได้แก่

1.วันวิสาขบูชาเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ
     เมื่อพระนางสิริมหามายาพระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะแห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ทรงพระครรภ์แก่จวนจะประสูติ พระนางแปรพระราชฐานไปประทับณกรุงเทวทหะเพื่อประสูติในตระกูลของพระนางตาม ประเพณีนิยมในสมัยนั้นขณะเสด็จแวะพักผ่อนพระอิริยาบถใต้ต้นสาละณ สวนลุมพินีวันพระนางก็ได้ประสูติพระโอรสณใต้ต้นสาละนั้นซึ่งตรงกับวันเพ็ญ เดือน6ก่อนพุทธศักราช80ปีครั้นพระกุมารประสูติได้5วัน ก็ได้รับการถวายพระนามว่า"สิทธัตถะ"แปลว่า"สมปรารถนา"เมื่อข่าวการประสูติ แพร่ไปถึงอสิตดาบส 4 ผู้อาศัยอยู่ในอาศรมเชิงเขาหิมาลัยและมีความคุ้นเคยกับพระเจ้าสุทโธทนะดาบส จึงเดินทางไปเข้าเฝ้าและเมื่อเห็นพระราชกุมารก็ทำนายได้ทันทีว่านี่คือผู้จะ ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงกล่าวพยากรณ์ว่า"พระราชกุมารนี้จักบรรลุพระสัพพัญญุตญาณเห็นแจ้งพระ นิพพานอันบริสุทธ์อย่างยิ่งทรงหวังประโยชน์แก่ชนเป็นอันมาก จะประกาศธรรมจักรพรหมจรรย์ของพระกุมารนี้จักแพร่หลาย"แล้วกราบลงแทบพระบาท ของพระกุมารพระเจ้าสุทโธทนะทอดพระเนตรเห็นเหตุการณ์นั้นทรงรู้สึกอัศจรรย์ และเปี่ยมล้นด้วยปีติ ถึงกับทรุดพระองค์ลงอภิวาทพระราชกุมารตามอย่างดาบส

2.วันวิสาขบูชาเป็นวันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้
     อนุตตรสัมโพธิญาณหลังจากออกผนวชได้6ปีจนเมื่อพระชนมายุ35พรรษาเจ้าชาย สิทธัตถะก็ทรงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าณใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชราตำบลอุรุเวลาเสนานิคมในตอนเช้ามืดของวันพุธขึ้น15ค่ำ เดือน6ปีระกาก่อนพุทธศักราช45 ปีปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่าพุทธคยาเป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดียสิ่งที่ตรัสรู้ คืออริยสัจสี่เป็นความจริงอันประเสริฐ4ประการของพระพุทธเจ้าซึ่งพระพุทธเจ้า เสด็จไปที่ต้นมหาโพธิ์และทรงเจริญสมาธิภาวนาจนจิตเป็นสมาธิได้ฌานที่4 แล้วบำเพ็ญภาวนาต่อไปจนได้ฌาน3คือยามต้น:ทรงบรรลุ"ปุพเพนิวาสานุติญาณ"คือ ทรงระลึกชาติในอดีตทั้งของตนเองและผู้อื่นได้ยามสอง:ทรงบรรลุ "จุตูปปาตญาณ"คือการรู้แจ้งการเกิดและดับของสรรพสัตว์ทั้งหลายด้วยการมีตา ทิพย์สามารถเห็นการจุติและอุบัติของวิญญาณทั้งหลายยามสามหรือยามสุดท้าย : ทรงบรรลุ "อาสวักขญาณ" คือ รู้วิธีกำจัดกิเลสด้วยอริยสัจ 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค)ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือน 6 ซึ่งขณะนั้นพระพุทธองค์มีพระชนมายุได้ 35 พรรษา

3.วันวิสาขบูชาเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน
     (ดับสังขารไม่กลับมาเกิดสร้างชาติสร้างภพอีกต่อไป)เมื่อพระพุทธองค์ได้ ตรัสรู้และแสดงธรรมเป็นเวลานานถึง45ปี จนมีพระชนมายุได้80พรรษาได้ประทับจำพรรษาณเวฬุคามใกล้เมืองเวสาลีแคว้นวัชชี ในระหว่างนั้นทรงประชวรอย่างหนัก ครั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน6พระพุทธองค์กับพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายก็ไปรับ ภัตตาหารบิณฑบาตที่บ้านนายจุนทะตามคำกราบทูลนิมนต์ พระองค์เสวยสุกรมัททวะที่นายจุนทะตั้งใจทำถวายก็เกิดอาพาธลงแต่ทรงอดกลั้น มุ่งเสด็จไปยังเมืองกุสินาราประทับณป่าสาละ เพื่อเสด็จดับขันธุ์ปรินิพพานเมื่อถึงยามสุดท้ายของคืนนั้นพระพุทธองค์ก็ทรง ประทานปัจฉิมโอวาทว่า"ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอันว่าสังขารทั้งหลายย่อมมีความ เสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตนและประโยชน์ของผู้อื่นให้ บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด" หลังจากนั้นก็เสด็จเข้าดับขันธุ์ปรินิพพานในราตรีเพ็ญเดือน6นั้นประวัติความ เป็นมาของวันวิสาขบูชาในประเทศไทยปรากฎหลักฐานว่า วันวิสาขบูชาเริ่มต้นครั้งแรกในประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี สันนิษฐานว่าได้รับแบบแผนมาจากลังกานั่นคือเมื่อประมาณพ.ศ.420พระเจ้าภาติกุ ราชกษัตริย์แห่งกรุงลังกาได้ประกอบพิธีวิสาขบูชาขึ้น เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาจากนั้นกษัตริย์ลังกาพระองค์อื่นๆก็ปฏิบัติประเพณี วิสาขบูชานี้สืบทอดต่อกันมาส่วนการเผยแผ่เข้ามาในประเทศไทยนั้น น่าจะเป็นเพราะประเทศไทยในสมัยกรุงสุโขทัยมีความสัมพันธ์ด้านพระพุทธศาสนา กับประเทศลังกาอย่างใกล้ชิด เห็นได้จากมีพระสงฆ์จากลังกาหลายรูปเดินทางเข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนาและนำ การประกอบพิธีวิสาขบูชาเข้ามาปฏิบัติในประเทศไทยด้วย สำหรับการปฏิบัติพิธีวิสาขบูชาในสมัยสุโขทัยนั้นได้มีการบันทึกไว้ในหนังสือ นางนพมาศสรุปได้ว่าเมื่อถึงวันวิสาขบูชาพระเจ้าแผ่นดินข้าราชบริพารทั้งฝ่าย หน้าและฝ่ายใน ตลอดทั้งประชาชนชาวสุโขทัยจะช่วยกันประดับตกแต่งพระนครด้วยดอกไม้พร้อมกับ จุดประทีปโคมไฟให้ดูสว่างไสวไปทั่วพระนครเป็นเวลา3วัน3คืนเพื่อเป็นการบูชา พระรัตนตรัยขณะที่พระมหากษัตริย์และบรมวงศานุวงศ์ก็ทรงศีล และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆครั้นตกเวลาเย็นก็เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระบรมวงศานุวงศ์และนางสนองพระโอษฐ์ตลอดจนข้าราชการทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายในไป ยังพระอารามหลวง เพื่อทรงเวียนเทียนรอบพระประธานส่วนชาวสุโขทัยจะรักษาศีลฟังธรรมถวายสลากภัต สังฆทานอาหารบิณฑบาตแด่พระภิกษุสามเณรบริจาคทานแก่คนยากจนทำบุญไถ่ชีวิต สัตว์ฯลฯ หลังจากสมัยสุโขทัยประเทศไทยได้รับอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์มากขึ้นทำให้ใน ช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยาธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้นไม่ปรากฎหลักฐานว่ามีการ ประกอบพิธีวิสาขบูชา จนกระทั่งมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่2แห่งกรุง รัตนโกสินทร์(พ.ศ.2360)ทรงมีพระราชดำริที่จะให้ฟื้นฟูพิธีวิสาขบูชาขึ้นมา ใหม่โดยสมเด็จพระสังฆราช(มี) สำนักวัดราชบูรณะถวายพระพรให้ทรงทำขึ้นเป็นครั้งแรกในวันขึ้น14ค่ำ15ค่ำและ วันแรม1ค่ำเดือน6พ.ศ.2360และให้จัดทำตามแบบอย่างประเพณีเดิมทุกประการเพื่อ ให้ประชาชนได้ทำบุญทำกุศลโดยทั่วหน้ากัน การรื้อฟื้นพิธีวิสาขบูชาขึ้นมาในครานี้จึงถือเป็นแบบอย่างถือปฏิบัติในการ ประกอบพิธีวันวิสาขบูชาต่อเนื่องมาจวบจนกระทั่งปัจจุบันวันวิสาขบูชาเป็นวัน สำคัญสากลของสหประชาชาติวันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญที่สุดทางพระพุทธศาสนาเนื่องจากล้วนมีเหตุการณ์ที่เกี่ยว ข้องกับการถือกำเนิดของพระพุทธศาสนาคือเป็นวันที่พระศาสดาคือพระสัมมา สัมพุทธเจ้าประสูติตรัสรู้และปรินิพพาน ดังนั้นพุทธศาสนิกชนทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับวันวิสาขบูชานี้และในวัน ที่13ธันวาคมพ.ศ.2542องค์การสหประชาชาติได้ยอมรับญัตติที่ประชุมกำหนดให้วัน วิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลก โดยเรียกว่าVesakDayตามคำเรียกของชาวศรีลังกาผู้ที่ยื่นเรื่องให้สหประชา ชาติพิจารณาและได้กำหนดวันวิสาขบูชานี้ถือเป็นวันหยุดวันหนึ่งของสหประชา ชาติอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้ชาวพุทธทั่วโลกได้มีโอกาสบำเพ็ญบุญเนื่องในวันประสูติ ตรัสรู้และปรินิพพานของพระบรมศาสดาโดยการที่สหประชาชาติได้กำหนดให้วันวิสาข บูชาเป็นวันสำคัญของโลกนั้นได้ให้เหตุผลไว้ว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นมหาบุรุษผู้ให้ความเมตตาต่อหมู่มวล มนุษย์เปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามาศึกษาพุทธศาสนาเพื่อพิสูจน์หาข้อ เท็จจริงได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ และทรงสั่งสอนทุกคนโดยใช้ปัญญาธิคุณ โดยไม่คิดค่าตอบแทน การประกอบพิธีใน วันวิสาขบูชา การประกอบพิธีใน วันวิสาขบูชา จะแบ่งออกเป็น 3 พิธี ได้แก่

1. พิธีหลวง คือ พระราชพิธีสำหรับพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ ประกอบในวันวิสาขบูชา
2. พิธีราษฎร์ คือ พิธีของประชาชนทั่วไป
3. พิธีของพระสงฆ์ คือ พิธีที่พระสงฆ์ประกอบศาสนกิจ กิจกรรมใน วันวิสาขบูชา

กิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติใน วันวิสาขบูชา ได้แก่

1. ทำบุญใส่บาตร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับ และเจ้ากรรมนายเวร
2. จัดสำรับคาวหวานไปทำบุญถวายภัตตาหารที่วัด และปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา
3. ปล่อยนกปล่อยปลา เพื่อสร้างบุญสร้างกุศล
4. ร่วมเวียนเทียนรอบอุโบสถที่วัดในตอนค่ำ เพื่อรำลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
5. ร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับวันสำคัญทางพุทธศาสนา
6. จัดแสดงนิทรรศการ ประวัติ หรือเรื่องราวความเป็นมาเกี่ยวกับวันวิสาขบูชาตามโรงเรียน หรือสถานที่ราชการต่างๆ เพื่อให้ความรู้ และเป็นการร่วมรำลึกถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชา
7. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน วัดและสถานที่ราชการ
8. บำเพ็ญสาธารณประโยชน์

หลักธรรมที่สำคัญใน วันวิสาขบูชา ที่ควรนำมาปฏิบัติใน วันวิสาขบูชา พุทธศาสนิกชนทั้งหลายควรยึดมั่นในหลักธรรม ซึ่งหลักธรรมที่ควรนำมาปฏิบัติในวันวิสาขบูชา ได้แก่

1.ความกตัญญูคือการรู้คุณคนเป็นคุณธรรมที่คู่กับความกตเวทีซึ่งหมายถึงการ ตอบแทนคุณที่มีผู้ทำไว้ความกตัญญูและความกตเวทีนี้เป็นเครื่องหมายของคนดีทำ ให้ครอบครัวและสังคมมีความสุขซึ่งความกตัญญูกตเวทีนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับ ทั้งบิดามารดาและลูกครูอาจารย์กับศิษย์นายจ้างกับลูกจ้างฯลฯในพระพุทธศาสนา เปรียบพระพุทธเจ้าเสมือนกับบุพการี ผู้ชี้ให้เห็นทางหลุดพ้นแห่งความทุกข์ ดังนั้นพุทธศาสนิกชนจึงควรตอบแทนด้วยความกตัญญูกตเวทีด้วยการทำนุบำรุงพระ พุทธศาสนา และดำรงพระพุทธศาสนาให้อยู่สืบไป

2.อริยสัจ4คือความจริงอันประเสริฐ4ประการที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ในวัน วิสาขบูชาได้แก่ทุกข์คือปัญหาของชีวิตสภาวะที่ทนได้ยากซึ่งทุกข์ขั้นพื้นฐาน คือการเกิด การแก่ และการตาย ล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญส่วนทุกข์จรคือทุกข์ที่เกิดขึ้นในการ ดำเนินชีวิตประจำวันเช่นการพลัดพลาดจากสิ่งที่เป็นที่รักหรือความยากจนเป็น ต้นสมุทัยคือต้นเหตุของปัญหา หรือสาเหตุของการเกิดทุกข์และสาเหตุส่วนใหญ่ของปัญหาเกิดจาก"ตัณหา"อัน ได้แก่ความอยากได้ต่างๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนิโรธคือความดับทุกข์เป็นสภาพ ที่ความทุกข์หมดไปเพราะสามารถดับกิเลสตัณหาอุปาทานออกไปได้มรรค คือ หนทางที่นำไปสู่การดับทุกข์ เป็นการปฎิบัติเพื่อแก้ปัญหา มี 8 ประการ ได้แก่ ความเห็นชอบ ดำริชอบ วาจาชอบ กระทำชอบ เลี้ยงชีพชอบ พยายามชอบ ระลึกชอบ ตั้งจิตมั่นชอบ

3.ความไม่ประมาทคือการมีสติตลอดเวลาไม่ว่าจะทำอะไรพูดอะไรคิดอะไรล้วนต้อง ใช้สติเพราะสติคือการระลึกได้การระลึกได้อยู่เสมอจะทำให้เราใช้ชีวิตอย่าง ไม่ประมาทซึ่งความประมาทนั้นจะทำให้เกิดปัญหายุ่งยากตามมาดังนั้นในวันนี้ พุทธศาสนิกชนจะพากันน้อมระลึกถึงพระพุทธเจ้าพระธรรมและพระสงฆ์ด้วยความมีสติ วันวิสาขบูชา นับว่าเป็นวันที่มีความสำคัญสำหรับพุทธศาสนิกชนทุกคนเป็นวันที่มีการทำพิธี วันวิสาขบูชานับว่าเป็นวันที่มีความสำคัญสำหรับพุทธศาสนิกชนทุกคนเป็นวันที่ มีการทำพิธีพุทธบูชา เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระวิสุทธิคุณพระปัญญาคุณและพระมหากรุณาธิคุณของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อมวลมนุษย์และสรรพสัตว์อีกทั้งเพื่อเป็นการรำลึก ถึงเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ทั้ง3ประการที่มาบังเกิดในวันเดียวกัน และนำหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติในการ ดำรงชีวิต

 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 2 (สพป.พย.2) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
ถนนจุน - ปง ตำบลจุน อำเภอจุน จังหวัดพะเยา 56150 โทรศัพท์ 0-5407-9869 0-5407-868  0-5407-9867 Hotline 0-5407-9866
e-Mail : [email protected][email protected]
Webmaster :จ.ส.ท.สุพจน์ ชัยชนะ :: ITEC Phayao2  e-Mail :[email protected] [email protected]


 

 

 

 


Click here
Click here

crayfishstudios.com
Click here