Get Adobe Flash player
webnetwork

บทความ/สาระน่ารู้

ตั้งรหัสมือถือไว้! เจ็บ-ป่วยฉุกเฉินติดต่อใครไม่ได้ มาดูวิธีตั้งค่า ง่ายมากพูดเลย!

เชื่อว่าถ้าใครใช้ "สมาร์ทโฟน" คงต้องมีการตั้ง "รหัสผ่าน" กันทั้งนั้น อาจเพื่อต้องการความเป็นส่วนตัว หรืออาจเพื่อต้องการรักษาความปลอดภัย เผื่อเวลาทำหายก็อาจจะยืดโอกาสการได้คืนออกไปสักนิดก็ยังดี แต่เมื่อเร็วๆ นี้ มีชาวเน็ตกลุ่มหนึ่ง ตั้งข้อสังเกตในการตั้งรหัสผ่าน ซึ่งเจตนานั้นก็เพื่อ "เตือนด้วยความหวังดี" ว่า การตั้งรหัสผ่านนั้นอาจเป็นอุปสรรคในการติดต่อญาติ หรือคนรู้จักในกรณีฉุกเฉินหรือไม่ เช่นในกรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลทางการเเพทย์อย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม ในความจริงเเล้วสมาร์ทโฟนในปัจจุบันนั้นได้หาทางออกไว้สำหรับกรณีนี้อยู่เช่นกัน ทั้งในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) และระบบไอโอเอส (IOS) 



โดยปกติเวลาที่มีการตั้ง ล็อกหน้าจอไว้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม จะยังคงมีปุ่มให้กดโทรฉุกเฉิน หรือ Emergency Call ได้อยู่ โดยต้องมีการตั้งค่าก่อน ดังนี้

ระบบแอนดรอยด์ (Android) 

1. เข้าไปที่รายชื่อ (Contacts) เลือก ICE - รายชื่อฉุกเฉิน จากนั้นกด "เพิ่ม"
2. เมื่อมีหน้าต่างขึ้นมา เราสามารถเลือกได้ว่าจะสร้างเบอร์ฉุกเฉินใหม่ นอกเหนือจากรายชื่อทั้งหมดของเรา อาทิ สายด่วนฉุกเฉินต่างๆ เจ็บป่วยฉุกเฉินโทร 1669 โดยเลือก "สร้างชื่อ" 

หรืออาจเลือกตั้งเบอร์ฉุกเฉินจากรายชื่อในเครื่องของเรา โดยเลือก "เพิ่มรายชื่อที่มีอยู่แล้ว" จากนั้นกด "เรียบร้อย" (สามารถเลือกได้หลายเบอร์)

ระบบไอโอเอส (IOS) 
ในระบบปฏิบัติการ iOS 8 ขึ้นไปนั้น มีการเพิ่มฟีเจอร์ประจำเครื่องที่ชื่อว่า "สุขภาพ (Health)" ขึ้นมา โดยผู้ใช้สามารถเพิ่มประวัติทางการเเพทย์ขึ้นมาได้ผ่าน"Medical ID" ซึ่งฟีเจอร์นี้มีประโยชน์มากในกรณีที่คุณประสบอุบัติเหตุ หรือมีเหตุการณ์ที่ต้องเข้าห้องฉุกเฉิน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสามารถตรวจสอบปัญหาสุขภาพเบื้องต้นของคุณ เช่น อาการแพ้ กรุ๊ปเลือด รวมถึงเบอร์โทรฉุกเฉิน โดยที่ไม่จำเป็นต้องปลดล็อคหน้าจอโทรศัพท์ของคุณ โดยมีวิธีการคือ

1. มองหาแอพฯ "Health" ในเครื่องของตุณ พอกดเข้าไปให้สังเกตมุมบนขวา จะมีให้อัพเดต "Medical ID" โดยกดแก้ไข (Edit) 
2. จากนั้นคุณสามารถอัพเดตชื่อ, วันเกิด, ส่วนสูง, น้ำหนัก, หมู่โลหิต, ปัญหาสุขภาพ เช่น การแพ้อาหาร หรือเบอร์โทรผู้ที่สามารถได้ยามฉุกเฉิน (add emergency contract) และสามารถระบุความสัมพันธ์ (relationship) ได้ ว่าเป็นพ่อแม่ เพื่อน หรือหมอประจำตัว สุดท้ายกดเสร็จสิ้น (done)

 


เมื่อตั้งค่าเสร็จเเล้ว เราสามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้ขณะที่หน้าจอล็อกอยู่ 


ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์มติชนออนไลน์

วิธีเลือก Power Bank อย่างไรให้ปลอดภัยและได้ประโยชน์

 เป็นอุปกรณ์ที่หลายคนนั้นคิดไม่ตกเวลาเลือกซื้ออยู่ นอกจากราคาแล้วยังมีเรื่องคุณภาพและหลายปัจจัยว่าจะเลือกแบบไหนดี วันนี้ Sanook! Hitech จะแนะนำวิธีเลือก Power Bank ให้ได้ประโยชน์สูงสุดกัน

ขนาดความจุของ Power Bank

    ประเด็นแรกที่หลายคนดูสังเกตจาก Package ของ Power Bank จะมีตัวเลขระบุเรื่องขนาดความจุของ Power Bank ซึ่งตัวเลขเช่น 10000 mAh หรือ 11300 mAh เป็นต้น มีความสำคัญในเรื่องระยะเวลาที่ใช้ได้นาน แต่เมื่อแบตเตอรี่ของ Power Bank ยิ่งปริมาณเยอะก็จะราคาแพงและน้ำหนักมากไม่สะดวก


    ดังนั้นการเลือกที่ดีคือดูความเหมาะสมของ Power Bank ว่าใช้กับอุปกรณ์อะไร ถ้าคุณใช้งานกับมือถือ โดยมากจะมีปริมาณแบตเตอรี่ไม่เกิน 3000 mAh เลือก Power Bank ประมาณ 8000 mAh ก็เพียงพอแล้วครับ แต่ถ้าใช้งานกับ Tablet ยังไงก็ต้องเลือก 10000 mAh ขึ้นไปจะดีกว่า

ดูการจ่ายไฟของ Power Bank

    กำลังไฟออก หรือเรียกว่า Out put เป็นอีกสิ่งที่ควรจะต้องดูอย่างยิ่ง เพราะมันจะเป็นเครื่องมือที่บอกได้ว่า มันจะชาร์จไฟเร็วหรือช้าอีกด้วย

    วิธีการดูนั้นแสนง่ายสังเกตตัวเลข Out Put ที่บอกค่า A ยิ่งเลขเยอะยิ่งชาร์จไฟเร็ว เช่น 1A จะชาร์จช้า 2A ถือว่าเร็ว แต่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ว่ารองรับการชาร์จไฟเร็วด้วยหรือเปล่านะครับ

ดูมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อความมั่นใจ

     ปกติการเลือกซื้อ Power Bank หรืออุปกรณ์ใด ๆ ก็ต้องมีเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัย ดังนั้น  ถ้ามีมาตรฐานของ มอก. หรือ มาตรฐานจากต่างประเทศ ก็จะเป็นสิ่งยืนยันว่ามีคุณภาพ

     ส่วนยี่ห้อนั้น ก็เป็นอีกสิ่งที่จะบอกได้ชัดเจนว่าก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งเช่นกัน

เลือกตามราคาที่เหมาะสม

     การเลือกซื้อ Power Bank ที่มีราคาถูกเกินไป ก็เสี่ยงกับของปลอม เช่นถ้าคุณเดินดู Power Bank ที่ร้านดังแถวตลาดนัดแห่งหนึ่ง เห็นราคา Power Bank ที่ 490 บาท และมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่แปะว่า 10000 mAh มันก็เสี่ยงที่ข้างในจะเป็นของปลอมได้


     ดังนั้นราคาของ Power Bank ที่ถูกต้องในกลุ่มของ 10000 mAh จะอยู่ราว ๆ ประมาณ 1000 บาทขึ้นไป ถึงจะเชื่อถือได้อยู่ ส่วนขนาดที่เล็กกว่านี้ ถ้าคุณเห็นราคาหลักร้อย ถือว่าเชื่อถือได้ครับ

     และสุดท้ายอย่าลืมดูการตัวเครื่องและ Package ของ Power Bank ว่าอยู่ในสภาพที่เรียบร้อยพร้อมใช้งานด้วยนะครับ หากถ้ามีรอยแตกหรือบางส่วนไม่พร้อมใช้งาน อาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมาที่หลังได้ด้วยนะครับ

ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์ sanook.com

คณิตคิดเร็ว สนุกจริง ห่างไกลอัลไซเมอร์ Apss น่าเล่น

คณิตคิดเร็ว สนุกจริง ห่างไกลอัลไซเมอร์ 

เช้าวันอาทิตย์หลังวันเด็กอันสดใส ขอเปลี่ยนบรรยากาศมาแนะนำแอพฝึกสมอง คณิตคิดเร็ว สนุกจริง ห่างไกลอัลไซเมอร์

พร้อมตอบรับคำขวัญวันเด็ก 2558 ของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ที่มอบคำขวัญวันเด็ก 2558 ให้คือ

“ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต”

แอพฯ เกมฝึกสมองบวกเลข เด็กเล่นได้ผู้ใหญ่เล่นดี โดยแค่เข้าไปโหลดแอพฯ Pop Math Lite จาก App Store จากนั้นก็ติดตั้งใช้เวลาไม่นานก็ได้แอพหน้าตาน่ารัก

Pop1 1

วิธีการเล่นก็แสนง่าย เพราะแค่จับคู่เลขตัวเดียวซึ่งอยู่ในวงกลมกับตัวเลขที่บวกกันในวงกลมอีกลูก ดูซิว่าคำตอบว่าคู่ไหนที่เท่ากัน เช่น 7 ก็จะคู่กับ 5+2 เป็นต้น เกมนี้จะมี Level ให้เราฝ่าด่านเหมือนเกมทั่วไป พี่มิ้งค์ลองเล่นก็ชอบใจ จนอยากเอามาแนะนำ เพราะช่วงว่างๆ รอลูกค้าก็เอามาเล่นฝึกสมอง แก่ไปจะได้ไม่เป็นอัลไซเมอร์  เพราะทางการแพทย์เขาแนะนำให้หมั่นบริหารสมองทั้งซีกซ้าย และซีกขวา เพื่อฝึกทักษะความคิด ความจำให้ดีขึ้น ซึ่งการบวกเลขก็ถือเป็นอีกหนึ่งแบบทดสอบที่เขานิยมใช้กัน  ส่วนน้องๆ ก็ถือว่าติวเลขไปในตัวครับ

 
Posted by:  , January 11, 2015

วิธีแก้ปัญหาลูกติดทีวี ไอแพด คอมพิวเตอร์ มือถือ ฯลฯ

วิธีแก้ปัญหาลูกติดทีวี ไอแพด คอมพิวเตอร์ มือถือ ฯลฯ

 
 

โดย...ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ

 การเป็นพ่อแม่ของลูกวัยรุ่นไม่ใช่เรื่องที่ง่าย เนื่องจากสังคมสมัยนี้แวดล้อมไปด้วยสื่อเทคโนโลยีที่ชักชวนให้ลูกหลงไปในทางที่ผิด สิ่งหนึ่งที่ลูกวัยรุ่นต้องการ คือการเป็นที่ยอมรับของกลุ่มเพื่อนว่าตนเองเป็นคนทันสมัยและไม่เชย ซึ่งการใช้สื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัยดูเหมือนจะเป็นแฟชั่นที่นิยม และหากไม่มีใช้อาจดูเหมือนเชยและไม่ได้รับการยอมรับ การใช้สื่อเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูทีวี การเล่นวิดีโอเกม การใช้คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ฯลฯทำให้ลูกพลาดสิ่งสำคัญในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การทำการบ้าน หรืออาจละเลยงานที่รับผิดชอบ เป็นต้น
       
       จากรายงานของมูลนิธิครอบครัวสถาบันไคร์เซอร์ ของสหรัฐอเมริการะบุว่า มากกว่า 5 ปีมาแล้ว ที่เด็กๆอายุ 8 - 18 ปีเพิ่มปริมาณการเสพสื่อเทคโนโลยีต่างๆ จากการใช้เวลา 1 ชั่วโมง 17 นาทีต่อวัน เพิ่มขึ้นเป็น 6 ชั่วโมง 21 นาที ถึง 7 ชั่วโมง 38 นาทีต่อวัน ซึ่งเทียบเท่ากับการทำงานซึ่งเราใช้ใน 1 วันทีเดียว แต่แย่ยิ่งกว่านั้นคือ เด็กๆ ใช้เวลาถึง 7 วัน ในการเสพสื่อต่างๆ เหล่านี้ การใช้เวลาจากจอภาพนานๆ มีผลต่อลูกอย่างไร หมอทางด้านเด็กกล่าวว่าการจ้องจอภาพเป็นเวลานานทำให้เด็กขาดความกระตือรือร้นและไม่กระฉับกระเฉงตามวัยที่ควรเป็น ซึ่งการทำกิจกรรมต่างๆ ในการขยับเขยื้อนร่างกายนั้นช่วยให้เด็กๆมีความรู้สึกดีกับตัวเอง นอนหลับสบาย และมีการเรียนรู้ที่ดีขึ้น จอภาพต่างๆ ที่กล่าวถึงในที่นี้คือ คอมพิวเตอร์ ทีวี โทรศัพท์มือถือ รวมทั้งการเล่นเกมต่างๆทางอินเทอร์เน็ต ให้เรามาดูว่าวิธีช่วยเด็กๆ ให้ลดการจ้องจอภาพเป็นเวลานานๆ สามารถทำได้อย่างไร
       
       1. คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ถึงแม้ว่าดูเหมือนลูกวัยรุ่นจะไม่สนใจในสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำ แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ยังคงเป็นต้นแบบที่สำคัญที่สุดในชีวิตลูก ดังนั้น เราไม่สามารถบอกให้ลูกหยุดเสพเทคโนโลยีต่างๆ ได้หากตัวเราเองยังคงดูทีวีจนดึกดื่น ส่งข้อความในขณะขับรถหรือมีมือถือไว้ข้างตัวขณะทานอาหาร จิตแพทย์ท่านหนึ่งกล่าวว่า หากเราลดปริมาณการดูหนังลง เด็กๆจะมีพฤติกรรมการติดหนังลดลงด้วย ดังนั้น กฎข้อบังคับต่างๆที่ตั้งขึ้นมากมายเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือสื่อสารนั้น ตัวเราเองต้องเป็นแบบอย่างที่ดีด้วย
       
       2. เตือนลูกถึงเวลาที่กำหนด การงดไม่ให้ลูกเลิกเล่นเครื่องมือสื่อสารต่างๆ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยาก แต่สิ่งที่สำคัญคือเตือนให้ลูกรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่รู้ว่าลูกกำลังทำอะไรอยู่ บางครั้งอาจต้องเตือนลูกอย่างใจเย็นๆ ว่า “แม่คิดว่าลูกใช้เครื่องมือสื่อสารมากเกินไปแล้ว” ดังนั้น ถึงเวลาควรหยุดและทำอย่างอื่นบ้างได้แล้ว 
วิธีแก้ปัญหาลูกติดทีวี ไอแพด คอมพิวเตอร์ มือถือ ฯลฯ/ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ
        3. สร้างแรงจูงใจให้ลูกออกกำลังกาย เด็กวัยรุ่นหลายคนเลิกเล่นกีฬาช่วงวัยรุ่น คุณพ่อคุณแม่ควรสร้างแรงจูงใจให้ลูกเลือกเล่นกีฬาที่ชอบ หากเราอยากให้ลูกเล่นบาสเกตบอล แต่ลูกอยากว่ายน้ำ เราควรให้ลูกเป็นฝ่ายเลือก และช่วยให้ลูกไปถึงเป้าหมายโดยการไปรับส่งและจัดตารางร่วมกันกับลูก หากลูกชอบการดูดีวีดี คุณพ่อคุณแม่อาจสร้างแรงจูงใจให้ลูกโดยการจัดหาดีวีดี เกี่ยวกับการออกกำลังกายและฝึกทำด้วยกันทั้งบ้านเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจที่สนุกกับลูก
       
       4. พยายามสนับสนุนการทำกิจกรรมที่ได้เข้าสังคม กิจกรรมหรือการเข้าร่วมในคลับช่วยให้ลูกได้มีโอกาสเข้าสังคม และรู้จักการปรับตัวเข้ากับคนอื่น ในกรณีที่ไม่สามารถชักจูงให้ลูกเข้าร่วมในคลับต่างๆ ได้ ให้ลูกเลือกทำกิจกรรมกับกลุ่มที่ลูกคุ้นเคยและสนใจก่อน เช่นร่วมกิจกรรมที่โรงเรียน ทำกิจกรรมกับเพื่อนบ้านใกล้เคียงหรืออาสาสมัครทำงานที่ลูกชอบเป็นต้น
       
       5. มีข้อตกลงร่วมกันในการใช้เครื่องมือสื่อสาร เช่น เขียนสัญญา ข้อตกลงซึ่งเป็นกฎของบ้านร่วมกันกับลูกโดยการให้รางวัลหรือลงวินัยหากทำผิดกฎ เพื่อให้ลูกรู้สึกมีส่วนร่วม ตัวอย่างข้อตกลงมีดังนี้
       5.1 ห้ามส่งข้อความออนไลน์ในระหว่างทานอาหาร ไม่ว่าเป็นที่บ้านหรือร้านอาหาร
       5.2 ห้ามดูทีวีขณะรับประทานอาหาร
       5.3 ต้องทำการบ้านหรืองานบ้านให้เสร็จก่อนดูทีวี
       5.4 เมื่อถึงเวลานอนต้องปิดทีวี
       5.5 ใช้คอมพิวเตอร์ได้ในห้องนั่งเล่น
       5.6 ไม่ตั้งทีวีไว้ในห้องนอน
       
       6. เปิดอกคุยกับลูก หากการตั้งกฎต่างๆ ใช้ไม่ได้ผลกับลูก อาจถึงเวลาในการคุยกับลูกตรงๆ ถึงผลเสียของการเสพสื่อเทคโนโลยีต่างๆ ให้ลูกค้นดูงานวิจัยมากมายถึงผลกระทบของการใช้สื่อมากเกินความจำเป็น เช่น เป็นโรคอ้วน จอภาพสายตาเสื่อม เป็นโรคหัวใจเป็นต้น เพื่อจะได้ตระหนักถึงอันตรายที่กำลังเกิดขึ้น
       
       สื่อเทคโนโลยีต่างๆ ล้วนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย หากใช้อย่างฉลาดลูกจะได้รับประโยชน์มากมาย การทำตัวเป็นแบบอย่างและชี้แจงถึงประโยชน์และโทษของการตกเป็นเหยื่อของสื่อเสพติดจะช่วยสร้างความเข้าใจอันดีแก่ลูกมากขึ้น เป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวเสมอค่ะ


ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการ

วันวิสาขบูชา

1112.bmp

วันวิสาขบูชา
ความหมายของ วันวิสาขบูชา

     คำว่าวิสาขบูชาย่อมาจากคำว่า"วิสาขปุรณมีบูชา"แปลว่า"การบูชาในวันเพ็ญ เดือนวิสาขะดังนั้นวิสาขบูชาจึงหมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน6การกำหนดวัน วิสาขบูชาวันวิสาขบูชาตรงกับวันขึ้น15ค่ำเดือน 6 ตามปฏิทินจันทรคติของไทยซึ่งมักจะตรงกับเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนแต่ถ้าปีใด มีอธิกมาสคือมีเดือน8สองหนก็เลื่อนไปเป็นวันขึ้น15ค่ำกลางเดือน 7 หรือราวเดือนมิถุนายนอย่างไรก็ตามในบางปีของบางประเทศอาจกำหนดวันวิสาขบูชา ไม่ตรงกับของไทยเนื่องด้วยประเทศเหล่านั้นอยู่ในตำแหน่งที่ต่างไปจากประเทศ ไทยทำให้วันเวลาคลาดเคลื่อนไปตามเวลาของประเทศนั้นๆประวัติวันวิสาขบูชา และความสำคัญของ วันวิสาขบูชา
     วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่เกิด 3 เหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวียนมาบรรจบกันในวันเพ็ญเดือน 6 แม้จะมีช่วงระยะเวลาห่าง
กันนับเวลาหลายสิบปี ซึ่งเหตุการณ์อัศจรรย์ 3 ประการ ได้แก่

1.วันวิสาขบูชาเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ
     เมื่อพระนางสิริมหามายาพระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะแห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ทรงพระครรภ์แก่จวนจะประสูติ พระนางแปรพระราชฐานไปประทับณกรุงเทวทหะเพื่อประสูติในตระกูลของพระนางตาม ประเพณีนิยมในสมัยนั้นขณะเสด็จแวะพักผ่อนพระอิริยาบถใต้ต้นสาละณ สวนลุมพินีวันพระนางก็ได้ประสูติพระโอรสณใต้ต้นสาละนั้นซึ่งตรงกับวันเพ็ญ เดือน6ก่อนพุทธศักราช80ปีครั้นพระกุมารประสูติได้5วัน ก็ได้รับการถวายพระนามว่า"สิทธัตถะ"แปลว่า"สมปรารถนา"เมื่อข่าวการประสูติ แพร่ไปถึงอสิตดาบส 4 ผู้อาศัยอยู่ในอาศรมเชิงเขาหิมาลัยและมีความคุ้นเคยกับพระเจ้าสุทโธทนะดาบส จึงเดินทางไปเข้าเฝ้าและเมื่อเห็นพระราชกุมารก็ทำนายได้ทันทีว่านี่คือผู้จะ ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงกล่าวพยากรณ์ว่า"พระราชกุมารนี้จักบรรลุพระสัพพัญญุตญาณเห็นแจ้งพระ นิพพานอันบริสุทธ์อย่างยิ่งทรงหวังประโยชน์แก่ชนเป็นอันมาก จะประกาศธรรมจักรพรหมจรรย์ของพระกุมารนี้จักแพร่หลาย"แล้วกราบลงแทบพระบาท ของพระกุมารพระเจ้าสุทโธทนะทอดพระเนตรเห็นเหตุการณ์นั้นทรงรู้สึกอัศจรรย์ และเปี่ยมล้นด้วยปีติ ถึงกับทรุดพระองค์ลงอภิวาทพระราชกุมารตามอย่างดาบส

2.วันวิสาขบูชาเป็นวันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้
     อนุตตรสัมโพธิญาณหลังจากออกผนวชได้6ปีจนเมื่อพระชนมายุ35พรรษาเจ้าชาย สิทธัตถะก็ทรงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าณใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชราตำบลอุรุเวลาเสนานิคมในตอนเช้ามืดของวันพุธขึ้น15ค่ำ เดือน6ปีระกาก่อนพุทธศักราช45 ปีปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่าพุทธคยาเป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดียสิ่งที่ตรัสรู้ คืออริยสัจสี่เป็นความจริงอันประเสริฐ4ประการของพระพุทธเจ้าซึ่งพระพุทธเจ้า เสด็จไปที่ต้นมหาโพธิ์และทรงเจริญสมาธิภาวนาจนจิตเป็นสมาธิได้ฌานที่4 แล้วบำเพ็ญภาวนาต่อไปจนได้ฌาน3คือยามต้น:ทรงบรรลุ"ปุพเพนิวาสานุติญาณ"คือ ทรงระลึกชาติในอดีตทั้งของตนเองและผู้อื่นได้ยามสอง:ทรงบรรลุ "จุตูปปาตญาณ"คือการรู้แจ้งการเกิดและดับของสรรพสัตว์ทั้งหลายด้วยการมีตา ทิพย์สามารถเห็นการจุติและอุบัติของวิญญาณทั้งหลายยามสามหรือยามสุดท้าย : ทรงบรรลุ "อาสวักขญาณ" คือ รู้วิธีกำจัดกิเลสด้วยอริยสัจ 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค)ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือน 6 ซึ่งขณะนั้นพระพุทธองค์มีพระชนมายุได้ 35 พรรษา

3.วันวิสาขบูชาเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน
     (ดับสังขารไม่กลับมาเกิดสร้างชาติสร้างภพอีกต่อไป)เมื่อพระพุทธองค์ได้ ตรัสรู้และแสดงธรรมเป็นเวลานานถึง45ปี จนมีพระชนมายุได้80พรรษาได้ประทับจำพรรษาณเวฬุคามใกล้เมืองเวสาลีแคว้นวัชชี ในระหว่างนั้นทรงประชวรอย่างหนัก ครั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน6พระพุทธองค์กับพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายก็ไปรับ ภัตตาหารบิณฑบาตที่บ้านนายจุนทะตามคำกราบทูลนิมนต์ พระองค์เสวยสุกรมัททวะที่นายจุนทะตั้งใจทำถวายก็เกิดอาพาธลงแต่ทรงอดกลั้น มุ่งเสด็จไปยังเมืองกุสินาราประทับณป่าสาละ เพื่อเสด็จดับขันธุ์ปรินิพพานเมื่อถึงยามสุดท้ายของคืนนั้นพระพุทธองค์ก็ทรง ประทานปัจฉิมโอวาทว่า"ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอันว่าสังขารทั้งหลายย่อมมีความ เสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตนและประโยชน์ของผู้อื่นให้ บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด" หลังจากนั้นก็เสด็จเข้าดับขันธุ์ปรินิพพานในราตรีเพ็ญเดือน6นั้นประวัติความ เป็นมาของวันวิสาขบูชาในประเทศไทยปรากฎหลักฐานว่า วันวิสาขบูชาเริ่มต้นครั้งแรกในประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี สันนิษฐานว่าได้รับแบบแผนมาจากลังกานั่นคือเมื่อประมาณพ.ศ.420พระเจ้าภาติกุ ราชกษัตริย์แห่งกรุงลังกาได้ประกอบพิธีวิสาขบูชาขึ้น เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาจากนั้นกษัตริย์ลังกาพระองค์อื่นๆก็ปฏิบัติประเพณี วิสาขบูชานี้สืบทอดต่อกันมาส่วนการเผยแผ่เข้ามาในประเทศไทยนั้น น่าจะเป็นเพราะประเทศไทยในสมัยกรุงสุโขทัยมีความสัมพันธ์ด้านพระพุทธศาสนา กับประเทศลังกาอย่างใกล้ชิด เห็นได้จากมีพระสงฆ์จากลังกาหลายรูปเดินทางเข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนาและนำ การประกอบพิธีวิสาขบูชาเข้ามาปฏิบัติในประเทศไทยด้วย สำหรับการปฏิบัติพิธีวิสาขบูชาในสมัยสุโขทัยนั้นได้มีการบันทึกไว้ในหนังสือ นางนพมาศสรุปได้ว่าเมื่อถึงวันวิสาขบูชาพระเจ้าแผ่นดินข้าราชบริพารทั้งฝ่าย หน้าและฝ่ายใน ตลอดทั้งประชาชนชาวสุโขทัยจะช่วยกันประดับตกแต่งพระนครด้วยดอกไม้พร้อมกับ จุดประทีปโคมไฟให้ดูสว่างไสวไปทั่วพระนครเป็นเวลา3วัน3คืนเพื่อเป็นการบูชา พระรัตนตรัยขณะที่พระมหากษัตริย์และบรมวงศานุวงศ์ก็ทรงศีล และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆครั้นตกเวลาเย็นก็เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระบรมวงศานุวงศ์และนางสนองพระโอษฐ์ตลอดจนข้าราชการทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายในไป ยังพระอารามหลวง เพื่อทรงเวียนเทียนรอบพระประธานส่วนชาวสุโขทัยจะรักษาศีลฟังธรรมถวายสลากภัต สังฆทานอาหารบิณฑบาตแด่พระภิกษุสามเณรบริจาคทานแก่คนยากจนทำบุญไถ่ชีวิต สัตว์ฯลฯ หลังจากสมัยสุโขทัยประเทศไทยได้รับอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์มากขึ้นทำให้ใน ช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยาธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้นไม่ปรากฎหลักฐานว่ามีการ ประกอบพิธีวิสาขบูชา จนกระทั่งมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่2แห่งกรุง รัตนโกสินทร์(พ.ศ.2360)ทรงมีพระราชดำริที่จะให้ฟื้นฟูพิธีวิสาขบูชาขึ้นมา ใหม่โดยสมเด็จพระสังฆราช(มี) สำนักวัดราชบูรณะถวายพระพรให้ทรงทำขึ้นเป็นครั้งแรกในวันขึ้น14ค่ำ15ค่ำและ วันแรม1ค่ำเดือน6พ.ศ.2360และให้จัดทำตามแบบอย่างประเพณีเดิมทุกประการเพื่อ ให้ประชาชนได้ทำบุญทำกุศลโดยทั่วหน้ากัน การรื้อฟื้นพิธีวิสาขบูชาขึ้นมาในครานี้จึงถือเป็นแบบอย่างถือปฏิบัติในการ ประกอบพิธีวันวิสาขบูชาต่อเนื่องมาจวบจนกระทั่งปัจจุบันวันวิสาขบูชาเป็นวัน สำคัญสากลของสหประชาชาติวันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญที่สุดทางพระพุทธศาสนาเนื่องจากล้วนมีเหตุการณ์ที่เกี่ยว ข้องกับการถือกำเนิดของพระพุทธศาสนาคือเป็นวันที่พระศาสดาคือพระสัมมา สัมพุทธเจ้าประสูติตรัสรู้และปรินิพพาน ดังนั้นพุทธศาสนิกชนทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับวันวิสาขบูชานี้และในวัน ที่13ธันวาคมพ.ศ.2542องค์การสหประชาชาติได้ยอมรับญัตติที่ประชุมกำหนดให้วัน วิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลก โดยเรียกว่าVesakDayตามคำเรียกของชาวศรีลังกาผู้ที่ยื่นเรื่องให้สหประชา ชาติพิจารณาและได้กำหนดวันวิสาขบูชานี้ถือเป็นวันหยุดวันหนึ่งของสหประชา ชาติอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้ชาวพุทธทั่วโลกได้มีโอกาสบำเพ็ญบุญเนื่องในวันประสูติ ตรัสรู้และปรินิพพานของพระบรมศาสดาโดยการที่สหประชาชาติได้กำหนดให้วันวิสาข บูชาเป็นวันสำคัญของโลกนั้นได้ให้เหตุผลไว้ว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นมหาบุรุษผู้ให้ความเมตตาต่อหมู่มวล มนุษย์เปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามาศึกษาพุทธศาสนาเพื่อพิสูจน์หาข้อ เท็จจริงได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ และทรงสั่งสอนทุกคนโดยใช้ปัญญาธิคุณ โดยไม่คิดค่าตอบแทน การประกอบพิธีใน วันวิสาขบูชา การประกอบพิธีใน วันวิสาขบูชา จะแบ่งออกเป็น 3 พิธี ได้แก่

1. พิธีหลวง คือ พระราชพิธีสำหรับพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ ประกอบในวันวิสาขบูชา
2. พิธีราษฎร์ คือ พิธีของประชาชนทั่วไป
3. พิธีของพระสงฆ์ คือ พิธีที่พระสงฆ์ประกอบศาสนกิจ กิจกรรมใน วันวิสาขบูชา

กิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติใน วันวิสาขบูชา ได้แก่

1. ทำบุญใส่บาตร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับ และเจ้ากรรมนายเวร
2. จัดสำรับคาวหวานไปทำบุญถวายภัตตาหารที่วัด และปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา
3. ปล่อยนกปล่อยปลา เพื่อสร้างบุญสร้างกุศล
4. ร่วมเวียนเทียนรอบอุโบสถที่วัดในตอนค่ำ เพื่อรำลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
5. ร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับวันสำคัญทางพุทธศาสนา
6. จัดแสดงนิทรรศการ ประวัติ หรือเรื่องราวความเป็นมาเกี่ยวกับวันวิสาขบูชาตามโรงเรียน หรือสถานที่ราชการต่างๆ เพื่อให้ความรู้ และเป็นการร่วมรำลึกถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชา
7. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน วัดและสถานที่ราชการ
8. บำเพ็ญสาธารณประโยชน์

หลักธรรมที่สำคัญใน วันวิสาขบูชา ที่ควรนำมาปฏิบัติใน วันวิสาขบูชา พุทธศาสนิกชนทั้งหลายควรยึดมั่นในหลักธรรม ซึ่งหลักธรรมที่ควรนำมาปฏิบัติในวันวิสาขบูชา ได้แก่

1.ความกตัญญูคือการรู้คุณคนเป็นคุณธรรมที่คู่กับความกตเวทีซึ่งหมายถึงการ ตอบแทนคุณที่มีผู้ทำไว้ความกตัญญูและความกตเวทีนี้เป็นเครื่องหมายของคนดีทำ ให้ครอบครัวและสังคมมีความสุขซึ่งความกตัญญูกตเวทีนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับ ทั้งบิดามารดาและลูกครูอาจารย์กับศิษย์นายจ้างกับลูกจ้างฯลฯในพระพุทธศาสนา เปรียบพระพุทธเจ้าเสมือนกับบุพการี ผู้ชี้ให้เห็นทางหลุดพ้นแห่งความทุกข์ ดังนั้นพุทธศาสนิกชนจึงควรตอบแทนด้วยความกตัญญูกตเวทีด้วยการทำนุบำรุงพระ พุทธศาสนา และดำรงพระพุทธศาสนาให้อยู่สืบไป

2.อริยสัจ4คือความจริงอันประเสริฐ4ประการที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ในวัน วิสาขบูชาได้แก่ทุกข์คือปัญหาของชีวิตสภาวะที่ทนได้ยากซึ่งทุกข์ขั้นพื้นฐาน คือการเกิด การแก่ และการตาย ล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญส่วนทุกข์จรคือทุกข์ที่เกิดขึ้นในการ ดำเนินชีวิตประจำวันเช่นการพลัดพลาดจากสิ่งที่เป็นที่รักหรือความยากจนเป็น ต้นสมุทัยคือต้นเหตุของปัญหา หรือสาเหตุของการเกิดทุกข์และสาเหตุส่วนใหญ่ของปัญหาเกิดจาก"ตัณหา"อัน ได้แก่ความอยากได้ต่างๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนิโรธคือความดับทุกข์เป็นสภาพ ที่ความทุกข์หมดไปเพราะสามารถดับกิเลสตัณหาอุปาทานออกไปได้มรรค คือ หนทางที่นำไปสู่การดับทุกข์ เป็นการปฎิบัติเพื่อแก้ปัญหา มี 8 ประการ ได้แก่ ความเห็นชอบ ดำริชอบ วาจาชอบ กระทำชอบ เลี้ยงชีพชอบ พยายามชอบ ระลึกชอบ ตั้งจิตมั่นชอบ

3.ความไม่ประมาทคือการมีสติตลอดเวลาไม่ว่าจะทำอะไรพูดอะไรคิดอะไรล้วนต้อง ใช้สติเพราะสติคือการระลึกได้การระลึกได้อยู่เสมอจะทำให้เราใช้ชีวิตอย่าง ไม่ประมาทซึ่งความประมาทนั้นจะทำให้เกิดปัญหายุ่งยากตามมาดังนั้นในวันนี้ พุทธศาสนิกชนจะพากันน้อมระลึกถึงพระพุทธเจ้าพระธรรมและพระสงฆ์ด้วยความมีสติ วันวิสาขบูชา นับว่าเป็นวันที่มีความสำคัญสำหรับพุทธศาสนิกชนทุกคนเป็นวันที่มีการทำพิธี วันวิสาขบูชานับว่าเป็นวันที่มีความสำคัญสำหรับพุทธศาสนิกชนทุกคนเป็นวันที่ มีการทำพิธีพุทธบูชา เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระวิสุทธิคุณพระปัญญาคุณและพระมหากรุณาธิคุณของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อมวลมนุษย์และสรรพสัตว์อีกทั้งเพื่อเป็นการรำลึก ถึงเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ทั้ง3ประการที่มาบังเกิดในวันเดียวกัน และนำหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติในการ ดำรงชีวิต


Click here
Click here

crayfishstudios.com
Click here